
ซิงเกอร์เป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของคนไทยมากกว่าศตวรรษ
ไม่มีหลักฐานว่าใครเป็นผู้นำจักร
ซิงเกอร์คัน แรกเข้ามาสู่ราชอาณาจักรสยาม
ทว่ามีบันทึกอย่างแน่ชัดว่า
นางแอนนา เลียวโนเวนส์
ซึ่งเป็นสุภาพ สตรีชาวอังกฤษผู้เข้ามา
ถวายงานสอนหนังสือแก่พระบรมวงศานุวงศ์
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า
เจ้าอยู่หัว ได้เห็นจักรเย็บผ้า
ซึ่งเป็นของภรรยารองกงสุลสหรัฐอเมริกาประจำกรุงเทพฯ
เธอจึงตัดสินใจซื้อจักร
เย็บผ้า เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ
ถวายและ ในเวลาไม่ช้าเหล่าสตรีในราชสำนักต่างก็สวมใส่อาภรณ์ของไทยที่ตัดเย็บ
ขึ้นจากจักรเย็บผ้าซิงเกอร์อันทันสมัยในยุคนั้น
ในปี พ.ศ. 2432
ซิงเกอร์ เริ่มดำเนินกิจการครั้งแรกในประเทศไทย
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
เมื่อบริษัท เคียม ฮั่ว
เฮง ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์จักรเย็บผ้าซิงเกอร์ประจำสยามประเทศ
ต่อมาในปี พ.ศ. 2448
ซบริษัทฯ ได้เปลี่ยนชื่อเป็น
บริษัท จักรเย็บผ้าซิงเกอร์
จำกัด โดยมีฐานะเป็นสาขาของบริษัทแม่ในประเทศสหรัฐอเมริกา
หลังจากนั้น จักรเย็บผ้าซิงเกอร์จึงได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว
ในสมัยนั้น เมื่อซื้อด้วยเงินสด
จักรเย็บผ้ามีราคาคันละ
180 บาท และราคา 200 บาท เมื่อซื้อด้วยเงินผ่อน
นอกจากนี้ยังมีบริการจัดส่งจักรเย็บผ้าถึงเรือนชานโดยวัวเทียมเกวียนหรือช้างอีกด้วย
ในปี พ.ศ. 2484
บริษัทฯ ได้ย้ายสำนักงานใหญ่ไปยังที่ตั้งปัจจุบันคือ
321 ถนนสี่พระยา ก่อนที่จะหยุดดำเนินกิจการชั่วคราวเมื่อสงครามโลกครั้งที่
2 ปะทุขึ้น และเปิดทำการอีกครั้งหนึ่งในอีก
5 ปีต่อมา

ในปี พ.ศ. 2500
ซิงเกอร์ได้เริ่มพัฒนาและขยายกิจการสู่ตลาดด้านอื่น
ๆ ด้วยการแนะนำผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปี่ยมคุณภาพ
โดยมีตู้เย็นเป็นสินค้าชนิดแรกที่ออกสู่ตลาด
ต่อมาผลิตภัณฑ์อื่น
ๆ ที่ทยอยสู่ตลาด ได้แก่
วิทยุ โทรทัศน์ เตาแก๊ส
เครื่องล้างจาน เครื่องเล่นวิดีโอเทป
เครื่องดูดฝุ่น และอุปกรณ์เครื่องเสียง
ในปี พ.ศ. 2512
บริษัท จักรเย็บผ้าซิงเกอร์
จำกัด ได้เปลี่ยนชื่อเป็น
บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย
จำกัด และได้เข้า สู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่
28 มิถุนายน พ.ศ. 2527 โดยในช่วงเวลาดังกล่าว
บริษัทฯ มีสาขาทั่ว ประเทศทั้งสิ้นจำนวน
256 สาขา
ปัจจุบัน
ซิงเกอร์เป็นผู้นำการขายปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน
ด้วยสาขาที่มากกว่า
263 สาขาทั่วประเทศ และ
พนักงานขายที่พร้อมให้บริการอีกกว่า
6,400 คน แม้ว่าจะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจและภาวะการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น
ซิงเกอร์ยังคงมีรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ต่างๆ
สูงถึง 5,000 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา
ด้วยความมุ่งมั่นในการเสริมประสิทธิภาพในการทำงาน
บริษัทฯ จึงได้จัดตั้ง
บริษัท ในเครือขึ้นอีก
4 บริษัท ดังนี้
บริษัท อุตสาหกรรมซิงเกอร์
(ประเทศไทย) จำกัด ประกอบจักรเย็บผ้า
เตาแก๊ส ลำโพง สำหรับสเตอริโอ
มอเตอร์ จักรสำหรับ อุตสาหกรรมเบา
และผลิตน้ำมันจักรเพื่อใช้สำหรับผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ
บริษัท ซิงเกอร์ (โบรคเกอร์)
จำกัด
ประกอบธุรกิจตัวแทนขายกรมธรรม์ประกันชีวิต
ให้แก่บริษัท เมืองไทย
ประกันชีวิต จำกัด โดยให้พนักงานขายของ
บริษัท ซิงเกอร์ เฉพาะที่มี
ใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิตเป็นผู้ขายกรมธรรม์แก่ลูกค้า
บริษัท ซิงเกอร์เทรดดิ้ง
(ประเทศไทย) จำกัด
ประกอบธุรกิจตัวแทนสั่งผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตในประเทศ
เช่น ยางพารา ให้กับบริษัทในเครือของซิงเกอร์ในยุโรป
เม็กซิโก ตะวันออกกลาง
ออสเตรเลีย และสิงคโปร์
บริษัท เอส.ที.แอล.
อิเล็กทรอนิกส์ จำกัดประกอบธุรกิจขายส่งสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า